เทศกาลตวนอู่เจี่ย ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เหล่านี้คิดอะไรกัน?

เทศกาลตวนอู่เจี่ยมาถึง ในแต่ละสถานที่ต่างมีกิจกรรมเฉลิมฉลองกัน โดยในวันที่ 24 พฤษภาคม ณ ห้องโถงชั้น 11
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้จัดงานกิจกรรมเฉลิมฉลองเช่นเดียวกัน ภายในงานยังได้เชิญผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่กว่า 200
คนเข้าร่วมความสนุกสนาน กิจกรรมภายในงาน บริษัท ทีวีบีเอสและบริษัท อี้เหมยมัลติมีเดีย จำกัด
ได้แยกกันกล่าวคำปราศรัยความร่วมมือกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในสองโครงการวิดีโอดิจิตอล
"ข่าวทั่วโลกเพื่อผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่" และทีวีซีรีส์ "ไต้หวันบ้านของฉัน" แสดงให้เห็นถึงความส่งเสริมจากรัฐบาล
ในการเผยแพร่และความมุ่งมั่นที่จะดูแลเพื่อนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่.

ในหลายปีมานี้
รัฐบาลได้ทำการส่งเสริมอย่างจริงจังในโครงการเงินอุดหนุนและโครงการให้คำปรึกษาที่เกี่ยวข้องกับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
รัฐบาลเข้าใจแล้วว่า กลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่5แสนกว่ารายนี้ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของไต้หวันไปแล้ว
และส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่ออนาคตของไต้หวัน. นายจู ลี่หลุน ผู้ว่าราชการ นครนิวไทเป และ นายเฉิน ฉุนจิ้ง
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ต่างยอมรับว่า กลุ่ม "บุตรธิดาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่"
จะมีบทบาทที่สำคัญต่อความเจริญเติบโตของไต้หวันมากน้อยต่อไปในอนาคต
โดยเฉพาะการพัฒนาด้านการค้าในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้.

วันที่ 24 พฤษภาคม ภายในสถานที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลอง
จากภาพแห่งความสนุกสนานและเสียงหัวเราะนั้น ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่แต่ละคนต่างก็มีเรื่องราวภายในใจเป็นของตนเอง
"ข่าวทั่วโลกเพื่อผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่" ได้ส่งผู้สื่อข่าวเข้าไปสัมภาษณ์ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ภายในงานได้ประมาณหนึ่ง
เพื่อนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เหล่านี้ทยอยกันเล่าเรื่องราวชีวิตและประสบการณ์เหล่านั้นที่ผ่านมาในไต้หวันของพวกเธอ.

หลี่ เจียหลิง ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวเวียดนาม แต่งงานมาไต้หวันได้ 9 ปี เธอกล่าวว่าตอนที่เพิ่งมาถึงไต้หวันนั้น
เพราะว่าเธอเป็นคู่สมรสชาวต่างชาติ ฉะนั้นเธอจึงเป็นคนที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอันด้อยค่า
ยังดีที่สามีและเพื่อนบ้านในชุมชนให้ความช่วยเหลือ เธอจึงได้ฝ่าฟันเอาชนะความทุกข์มาได้
กลมกลืนเข้ากันได้กับชีวิตในไต้หวัน และตอนนี้เธอทำงานในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์
เธอหวังว่าในอนาคตรัฐบาลจะให้ความสำคัญต่อการเรียนภาษาแม่ของเด็กๆมากยิ่งขึ้น.

กลุ่มพี่น้องสาวที่มาจากอินโดนีเซีย พวกเธอนั้นร่าเริงมีชีวิตชีวา เสียงหัวเราะไม่ขาดสาย ฟอนนี่ (Fonny )มาไต้หวันได้ 20
กว่าปี เธอเป็นอาสาสมัครล่ามแปลสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เหล่าเพื่อนสนิทของเธอ แซนดี้(Shandy) เอสเตอร์(Ester)
และคริสติน่า เดวี่(Christina Dewi)มาร่วมกิจกรรมนี้กับเธอด้วย พวกเธอนั้นมาไต้หวันมากกว่า 10 ปีแล้ว.

พวกเธอกล่าวว่า ดีใจที่ได้มีโอกาสมาร่วมกิจกรรมที่มีความหมายเช่นนี้
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญและดูแลผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ พวกเธอกล่าวต่อว่า
ครั้งเมื่อมาถึงไต้หวันนั้นอะไรก็ไม่เข้าใจ รัฐบาลในขณะนั้นไม่ได้ให้ความสนใจผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เช่นพวกเธอ
เมื่อต้องการความช่วยเหลือ ก็ต้องขอความช่วยเหลือจากสามี เอสเตอร์กล่าวว่า
บางครั้งหาความช่วยเหลือไม่ได้ต้องโทรศัพท์กลับอินโดนีเซียขอความช่วยเหลือ
แต่ปัจจุบันนี้รัฐบาลแสดงทัศนคติที่เป็นบวกในการปฎิบัติต่อผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มากขึ้น.

เช่นเดียวกับหลี่ เจียหลิง, เอสเตอร์ยังให้ความสำคัญต่อการศึกษาของบุตร
เธอหวังว่าในอนาคตรัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือแก่บุตรธิดาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในด้านการศึกษาให้มากขึ้น เอสเตอร์กล่าวว่า
โรงเรียนยังคงเป็นเพราะผลคะแนนหากคะแนนทำได้ไม่ดีพอก็นำมาประเมินลูกๆของเธอ
ดังนั้นหวังว่ารัฐบาลจะช่วยเหลือผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และบุตรโดยเปิดให้มีการเรียนการสอนภาษาจีน
และชั้นเรียนเสริมหลังเลิกเรียน เธอเหล่านั้นยอมรับว่า ชีวิตตอนนี้ในไต้หวันดีขึ้นมาก รัฐบาลให้การดูแลพวกเธอเป็นอย่างดี
หรืออาจเป็นเพราะเหตุนี้ ภายในงานกลุ่มพี่น้องสาวกลุ่มนี้ถึงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เสมือนสาวน้อยที่ได้พบปะดาราดัง
เข้าแย่งกันถ่ายรูปกับผู้อำนวยการตรวจคนเข้าเมือง.

มีเสียงหัวเราะ แน่นอนว่าต้องมีหยดน้ำตา เมื่อเทียบกับความร่าเริงของเหล่าพี่น้องสาวอินโดนีเซียแล้ว วู เหมยลี่
มาจากกัมพูชาค่อนข้างจะโดดเดี่ยว เธอแต่งงานมาไต้หวันได้ 14 ปี
บุตรชายเพียงคนเดียวคลอดออกมาก็ป่วยผิดปรกติทางประสาทและร่างกาย เธอจึงเพียงแต่ดูแลลูกอยู่ที่บ้าน
ไม่สามารถออกไปทำงานข้างนอกได้ สามีตอนนี้เกษียณอายุแล้ว เงินบำนาญเป็นแหล่งเศรษฐกิจทางเดียวที่ครอบครัวมีอยู่
และกำลังจะหมดลงเร็วๆนี้ เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่า ชีวิตเวลานี้ลำบากมาก
แต่เธอกลับไม่สามารถทำอะไรเพื่อปรับปรุงได้ ครอบครัวจะไม่มีรายได้แล้ว ยังต้องมาเผชิญกับปัญหาการดูแลลูกอีก
ทำให้เธอไม่มีความเชื่อมั่นในอนาคตเอาเลย.

ดูจากภายนอกงานเฉลิมฉลองเทศกาลตวนอู่เจี่ยมีความคึกคัก ยังคงมีอยู่สองประเภท
แม้ว่าหลายๆอย่างมีอารมณ์ที่ไม่เหมือนกัน เราสามารถทำได้ คือช่วยให้พวกเธอนั้นระบายสิ่งที่อยู่ภายในใจนั้นออกมา
มีความสุขแบ่งปันให้กับเรา มีน้ำตาก็แสดงออกมาได้อย่างเต็มที่
สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือพยายามให้ความช่วยเหลือและดูแลพวกเธอ
เพราะกลุ่มเพื่อนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่เหล่านี้ถือเป็นกุญแจอันสำคัญต่อการพัฒนาไต้หวันในอนาคต
ยังเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าไต้หวันนั้นปฎิบัติต่อวัฒนธรรมหลากหลายด้วยความเคารพและใจกว้าง.